Slide # 1

ปลาหมอสี # 1

ปลาหมอสี การดูแล เลี้ยงปลาหมอสี ครอสบีด Flowerhorn Crossbreed Fish,การดูแล เลี้ยงปลาหมอสี ครอสบีช สายพันธ์ หมอสี วิธีเลี้ยง ปลาสวยงาม วิธีเลี้ยงปลาหมอสี ภาพปลาหมอสี ภาพถ่าย ปลาหมอสี สวยงาม การเพาะเลี้ยง ปลาหมอสี การเจริญเติบโต ปลาหมอสี เปลี่ยนน้ำ ตู้ปลา Read More

Slide # 2

ปลาหมอสี # 2

ปลาหมอสี การดูแล เลี้ยงปลาหมอสี ครอสบีด Flowerhorn Crossbreed Fish,การดูแล เลี้ยงปลาหมอสี ครอสบีช สายพันธ์ หมอสี วิธีเลี้ยง ปลาสวยงาม วิธีเลี้ยงปลาหมอสี ภาพปลาหมอสี ภาพถ่าย ปลาหมอสี สวยงาม การเพาะเลี้ยง ปลาหมอสี การเจริญเติบโต ปลาหมอสี เปลี่ยนน้ำ ตู้ปลา Read More

ปลาหมอสี # 3

ปลาหมอสี # 3

ปลาหมอสี การดูแล เลี้ยงปลาหมอสี ครอสบีด Flowerhorn Crossbreed Fish,การดูแล เลี้ยงปลาหมอสี ครอสบีช สายพันธ์ หมอสี วิธีเลี้ยง ปลาสวยงาม วิธีเลี้ยงปลาหมอสี ภาพปลาหมอสี ภาพถ่าย ปลาหมอสี สวยงาม การเพาะเลี้ยง ปลาหมอสี การเจริญเติบโต ปลาหมอสี เปลี่ยนน้ำ ตู้ปลา Read More

Slide # 4

ปลาหมอสี # 4

ปลาหมอสี การดูแล เลี้ยงปลาหมอสี ครอสบีด Flowerhorn Crossbreed Fish,การดูแล เลี้ยงปลาหมอสี ครอสบีช สายพันธ์ หมอสี วิธีเลี้ยง ปลาสวยงาม วิธีเลี้ยงปลาหมอสี ภาพปลาหมอสี ภาพถ่าย ปลาหมอสี สวยงาม การเพาะเลี้ยง ปลาหมอสี การเจริญเติบโต ปลาหมอสี เปลี่ยนน้ำ ตู้ปลา Read More

Slide # 5

ปลาหมอสี # 5

ปลาหมอสี การดูแล เลี้ยงปลาหมอสี ครอสบีด Flowerhorn Crossbreed Fish,การดูแล เลี้ยงปลาหมอสี ครอสบีช สายพันธ์ หมอสี วิธีเลี้ยง ปลาสวยงาม วิธีเลี้ยงปลาหมอสี ภาพปลาหมอสี ภาพถ่าย ปลาหมอสี สวยงาม การเพาะเลี้ยง ปลาหมอสี การเจริญเติบโต ปลาหมอสี เปลี่ยนน้ำ ตู้ปลา Read More

รวยด้วยภาพ สมัครขายภาพ วีดีโอ ออนไลน์ Register to Images and Videos Shutterstock contributor

ร่วมฉลอง ปีใหม่ ล่องเรือ ดินเนอร์ เจ้าพระยา New Year EVE 2017

Celebrate New Year EVE 2017 
Dinner Cruise in Bangkok Thailand ล่องเรือ ดินเนอร์ ฉลองปีใหม่ ส่งท้ายปี 2559 ต้อนรับ ปี 2560 กลางลำน้้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา คืน 31 ธันวาคม 2559

New Year's Eve in Bangkok,Thailand by Bangkok Dinner Cruise New Year's Eve Cruises in Bangkok ,Thailand " Let's Celebrate New Year Prarty onboard along Chaophraya River BangkokThailand "COME and Enjoy to New Years EVE Bangkok 2017 on 31 December 2016"

วีดีโอ ปลาหมอสี สวยๆ

Flower Horn Crossbreeds Fish ADS

การถ่ายภาพปลา - เทคนิคการถ่ายภาพ ปลา

เทคนิค การถ่ายภาพปลา

มา ถ่ายรูปปลา กันดีกว่าครับ (ตอนที่ 1 รูรับแสงและความไวชัตเตอร์)
ก่อนอื่นเพื่อนๆก็นำกล้องของเรามาดูกันก่อนครับ ว่ากล้องเรามีข้อจำกัดอะไรบ้างเพื่อที่จะเอาคุณสมบัติต่างๆมาปรับใช้ให้เหมาะกับการถ่ายรูปปลา - อันดับแรก เราต้องรู้ก่อนครับว่ากล้องของเราหน้ากล้องเปิดได้กว้างสุดเท่าไหร่เพราะจะมีประโยชน์มากในกรณีที่ตู้ปลาเรามีแสงน้อย อันนี้หาไม่ยากครับ ดูมันตรงหน้าเลนส์นั่นแหละครับ กล้องดิจิตอลส่วนใหญ่จะมีเขียนไว้ตรงขอบๆเลนส์ว่า 1:2.8-5.6 หรือไม่สำหรับกล้องหรูๆก็อาจจะเป็น1: 2.0-4.0 แต่ไม่ว่าจะเขียนไว่เท่าไหร่ก็แล้วแต่ ค่าตัวเลขดังกล่าว เค้าเรียกกันว่า ค่า f stop ครับ ค่าดังกล่าวถ้าตัวเลขยิ่งน้อย ก็แสดงว่ารูรับแสงเปิดได้กว้าง ดังนั้นก็จะทำให้เราถ่ายรูปในที่มีแสงน้อยๆได้ดีกว่า พวกที่มีค่า f มากกว่าครับ เมื่อรู้ดังนี้แล้ว บางคนก็ถามต่อว่า อ้าวแล้วทำไมถึงเขียนไว้ 2 ค่าหละ คำตอบก็คือ ค่าแรกเช่น 2.8 เราจะใช้ได้ตอนกล้องซูมไว้ที่ช่วงมุมกว้างสุดครับ หากเราอยู่ไกลๆจากตู้แล้วใช้กล้องซูมเข้าไปที่ช่วงเทเล ค่าที่เราเปิดไว้มากสุดก็จะได้แค่ 5.6 ครับ เมื่อรู้ดังนี้แล้วอาจจะมีหลายคนสงสัย ว่าเมื่อเปิด 2.8 กับ 5.6 แล้วมันจะต่างกันยังไงหละ คำตอบก็คือ หากสมมุติ กล้องของเราวัดแสงในตู้ปลาของเราได้ ค่า f 2.8 ความเร็วชัตเตอร์ 1/60 วินาที หากเราซูมภาพเข้าไปที่ช่วงใกล้สุดค่าก็จะเปลี่ยนไปเป็น ค่า f5.6 ความเร็วชัตเตอร์ 1/15 วินาที ครับ ทั้งค่า f และค่าความไวชัตเตอร์จะเพิ่มลดโดยสัมพันธ์กันเสอมครับ ( จริงๆค่า f ยังเกี่ยวกับค่าความชัดลึกชัดตื้นอีกด้วยแต่ในที่นี้เพื่อนๆส่วนมากใช้กล้องคอมแพคดิจิตอลซะส่วนใหญ่ ซึ่งโดยธรรมชาติของกล้องแบบนี้จะให้ภาพที่ชัดลึกเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้นการใช้ค่า f กว้างๆเพื่อนๆจึงไม่ต้องกังวลครับว่าภาพปลาจะชัดเพียงบางส่วน ยกเว้นเพื่อนๆบางคนที่ใช้ D-SLR ครับ )- แล้วความเร็วชัตเตอร์เท่าไหร่หละที่จะเหมาะสมในการถ่ายภาพปลา ความเร็วชัตเตอร์ที่เหมาะสมนั้นอยู่ที่ว่าเราจะถ่ายภาพปลาอะไรครับ ในที่นี้เอาเป็นว่าปลาอโรวาน่าละกันครับ สำหรับปลาอโรทั่วไปที่ว่ายน้ำเอื่อยๆ ไม่ได้ตกใจว่ายพุ่งปรูดปร๊าด แล้วหละก็อย่างน้อยๆความไวชัตเตอร์ก็ต้องได้ไม่น้อยกว่า 1/60 หละครับถึงจะสามารถหยุดความเคลื่อนไหวของปลาเพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด แต่ในความเป็นจริงในตู้อโรที่ติดไฟเพียง 2-3 หลอดแม้เราจะเปิดรูรับแสง (ค่า f) กว้างสุดแล้วก็อาจจะได้ค่าความเร็วชัตเตอร์เพียง ½ หรือ 1/15 วินาที แล้วจะทำไงดีหละทีนี้

มาถ่ายรูปปลากันดีกว่าครับ (ตอนที่ 2 โหมดถ่ายภาพและค่า ISO)
สวัสดีอีกครั้งครับเพื่อนๆ จากที่เขียนไว้เมื่อวาน ลืมบอกครับว่าโหมดอะไรที่ใช้ในการบังคับรูรับแสง(ค่า f )ที่อธิบายไป โหมดที่ว่านั้นคือโหมด AV ครับ ในโหมดนี้จะเป็นระบบกึ่งอัตโนมัติ ครับ คือเราจะเป็นผู้เลือกค่า f เองโดยกล้องจะล๊อคไว้ที่ค่าที่เราเลือก ส่วนค่าความไวชัตเตอร์นั้นกล้องจะเป็นผู้เลือกให้ครับโดยค่าความไวชัตเตอร์ก็จะเปลี่ยนไปตามสภาพแสงที่กล้องวัดได้ครับ แต่ไหนๆก็อธิบายถึงเรื่องโหมดแล้วเรามาดูกันทุกโหมดเลยดีกว่าครับว่าแต่ละอันนั้นเค้าทำงานกันยังไง เอาแบบสั้นๆละกันนะครับโหมด P คืออัตโนมัติทั้งค่า f และความเร็วชัตเตอร์ (ต่างกับโหมด auto ตรงที่ในโหมด P เราจะเป็นผู้เลือกค่า ISO เองแต่โหมด auto กล้องจะเลือกให้ทั้งหมด)โหมด AV คือ เราเป็นผู้เลือกค่า f ส่วนกล้องจะเลือกค่าความเร็วชัตเตอร์ให้เองโหมด TV คือเราเป็นผู้เลือกค่าความเร็วชัตเตอร์ส่วนกล้องจะเลือกค่า f ให้โหมด M คือเราเลือกเองทั้งหมด
ต่อจากเมื่อวานนะครับสิ่งที่เราจะใช้แก้ปัญหาความไวชัตเตอร์ที่ต่ำเกินไปนั่นก็คือ ISO ครับเพื่อนๆหลายคนคงรู้จักค่า iso นี้ดีนะครับ ค่านี้คือค่าความไวแสงของ CCD กล้องตาละตัวก็จะมีค่า iso สูงสุดต่ำสุดต่างกันไป โดยปกติที่ใช้ๆกันก็ iso 100 ครับ ถือว่าเป็นมาตรฐาน ค่านี้มีอยู่หลายค่ามากครับ ตั้งแต่ 50-100-200-400-800-1600-3200 กล้องแต่ละตัวก็จะมีไม่เท่ากันครับบางตัวมี 50-400 บางตัวมี 100-3200 แล้วค่าต่างๆเหล่านี้มีผลอะไรกับความเร็วชัตเตอร์หละคำตอบก็คือในกรณีที่เราใช้โหมด AV ล็อคค่า f ไว้แล้วการที่เราเพิ่มค่า iso เราก็จะได้ค่าความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้นตามไปด้วย เช่น ที่ iso 100 เราเปิดค่า f ไว้ที่ 2.8 ได้ค่าความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/15 แต่หากเราเพิ่มค่า iso 200 ค่า f 2.8 ความเร็วชัตเตอร์ก็จะเพิ่มเป็น 1/60 พอเราเพิ่มเป็น iso 400 f2.8ก็จะได้เพิ่มเป็น 1/125 ครับ ทีนี้เพื่อนๆพอเข้าใจหลักการทำงานของ iso แล้วใช่ปะครับ แต่ของทุกอย่างมีด้านดีก็ต้องมีด้านร้ายครับ ข้อเสียของการเพิ่ม iso ก็คือในค่า iso สูงๆจะก่อให้เกิด เม็ดสีจุดเล็กๆกระจายไปทั่วภาพดูหยาบไม่สวยงามเค้าเรียกกันว่า noise ครับในกล้องดิจิตอลคอมแพคทั่วไปที่ iso 200 ภาพที่ได้ยังดูเนียนครับ แต่ที่ iso 400 ขึ้นไป เจ้า noise นี้จะเริ่มมาเยือนให้รำคาญตาแล้วหละครับ อันนี้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของกล้องแต่ละตัวโดยตรงเลยครับกล้องที่ดีๆจะมีระบบป้องกันให้เกิด noise น้อยในค่า iso สูงๆ กรณีนี้เพื่อนๆก็ลองไปปรับตั้งแล้วลองถ่ายดูในกล้องของตัวเองดูครับ ว่า noise เริ่มมามากที่ iso เท่าใดจะได้รู้ข้อจำกัดของกล้องตัวเองแล้วนำไปปรับใช้ได้ครับ (ในโปรแกรม photoshop สามารถใช้ขจัด noise ในภาพได้ครับ แต่ก็จะทำให้ภาพของเราขาดรายละเอียดไปพอสมควรเลยหละครับ)
หากทำทุกอย่างที่กล่าวมาแล้วความเร็วชัตเตอร์ที่ได้ก็ยังต่ำอยู่ดี ผมมีอีกวิธีในการเพิ่มความเร็วชัตเตอร์ครับนั่นคือการปรับค่าชดเชยแสง ครับ โดยการชดเลยแสงไปในทางลบส่วนมากที่ผมจะใช้ก็จะลบ 1/2ถึง1สต๊อบ ตัวอย่างเช่น ในโหมด AV เราล็อคค่า f ไว้ที่ 2.8 ได้ความเร็วชัตเตอร์ 1/30 หากเราชดเชยไปในทางลบ 1 สต็อบ ที่ค่า f 2.8 เราก็จะได้ความเร็วชัตเตอร์เพิ่มเป็น 1/60 แต่ภาพที่ได้ก็จะมือลงไปกว่าปกติแต่ก็ยังดีกว่าได้ภาพที่ไม่ชัดหละครับ สำหรับบางคนที่ไม่ชอบภาพโทนมืดๆก็ให้ใช้ photoshop ปรับแก้ให้ได้แสงตามปกติได้ครับ แต่โดยส่วนใหญ่ภาพปลาที่ผมถ่ายผมจะชดเชยไว้ลบ 1/2ถึง1 สต็อบเสมอโดยไม่ได้เอามาปรับใน photoshop อีกเพราะโดยส่วนตัวชอบภาพโทนมืดๆอยู่แล้วครับ (จริงๆแล้วประโยชน์ของการปรับชดเชยแสงมีมากกว่านี้มากมายครับขนาดที่ว่าเขียนกันออกมาขายได้เป็นเล่มๆทีเดียวเกี่ยวกับการวัดแสงถ้าเพื่อนๆสนใจก็ลองไปหาซื้ออ่านดูนะครับ)
เทคนิคการแพนกล้องถือเป็นเทคนิคที่สำคัญมากๆในการถ่ายภาพปลาเลยหละครับ เพื่อนๆเคยสังเกตุรูปปลาที่คุณแนนถ่ายมาให้เราดูไหมครับ ที่ความเร็วชัตเตอร์ 1/20 เรายังเห็นขอบเกล็ดปลาอยู่เลย นั่นก็เพราะเทคนิคการแพนกล้องตามปลานั่นแหละครับ โดยส่วนตัวผมมักใช้ที่ความเร็วชัตเตอร์ 1/30 สำหรับผมต่ำกว่านี้มักไม่ได้ผลครับ วิธีการแพนกล้องนั้นให้เพื่อนแพนกล้องตามปลาในแนวขนาดระหว่างกล้องและตัวปลาตาไปโดยใช้ความเร็วพอๆกับที่ปลาว่ายอยู่แล้วกดชัตเตอร์แล้ตามไปจนกว่าชัตเตอร์จะทำงานเสร็จ เทคนิคนี้เพื่อนๆต้องไปลองฝึกฝนกันดูเองครับแรกๆถ่ายมา 10 รูปอาจจะชัดแค่ 1 แต่อย่าเพิ่งท้อนะครับพยายามลองไปเรื่อยๆระดับความผิดพลาดก็จะน้อยลงไปเองครับ ถ่ายมา 10 ชัดซัก 6 ผมก็ว่าเยี่ยมแล้วครับ
มาถ่ายรูปปลากันดีกว่าครับ (ตอนที่ 3 สมดุลแสงสีขาว และการโฟกัส)
White Balance หรือสมดุลแสงสีขาว (ขอเรียกย่อๆว่า wb นะครับ)เพื่อนๆหลายๆท่านหลังจากที่ได้ลองไปถ่ายรูปดูกันแล้วบางท่านคงอาจจะมีปัญหาเรื่องที่ว่าทำไมเราถ่ายออกมาแล้วรูปที่ได้มันดูไม่เหมือนที่ตาเราเห็นเลย สีปลาดูเพื้ยนๆ บางสีปลาเราดูทองๆทำไมถ่ายออกมาสีซีดๆบ้างสีออกฟ้าบ้างทำไมฟะ ปัญหาดังกล่าวเราสามารถแก้ไขได้ไม่ยากครับ เพราะในกล้องเรามีระบบ wb ครับ ระบบนี้ที่เรียกว่าระบบสมดุลแสงสีขาวก็เพราะประโยชน์ของเจ้านี่ก็คือไม่ว่าสภาพแสงจะเป็นเช่นไรเราก็สามารถถ่ายให้วัตถุสีขาวออกมาได้สีขาวได้อย่างที่เป็นจริง ตัวอย่างเช่น มีแก้วสีขาวอยู่ใบหนึ่งวางอยู่ภายใต้แสงไฟทังสเตน(หลอดไส้)ที่ให้แสงสีออกส้มๆ ตาเรามองก็จะเห็นแก้วเป็นสีส้ม แต่ถ้าเราเลือกในระบบ wb ในกล้องให้เป็นแบบไฟทังสเตนกล้องของเราสามารถที่จะถ่ายให้แก้วใบดังกล่าวมีสีขาวได้เหมือนกับสีที่เราเห็นจากแสงแดดได้ ส่วนมากที่เราใช้กันก็จะตั้งให้เป็นระบบ AWB ครับคือกล้องจะวัดอุณหภูมิแสงเองแล้วก็จะปรับตั้งเอง โดยอุณหภูมิแสงที่กล้องจะทำงานได้ดีนั้นอยู่ที่ประมาณ3000-7000 kelvin ปัญหาก็คือ เมื่อเราตั้งเป็นระบบออโต้แล้วเจ้ากล้องของเราก็จะพยายามปรับอุณหภูมิแสงของรูปให้เป็นสีขาวแทนที่จะเป็นอย่างที่ตาเราเห็น เมื่อเราไม่ต้องการวิธีแก้ไขก็คือเราต้องปรับแก้เองครับ ไม่ต้องอธิบายให้ยุ่งยาก เพื่อนๆลองดูเลยครับเข้าไปที่ปุ่ม WB แล้วจะมีเครื่องหมายเป็นรูปแหล่งกำเนิดแสงต่างๆ ให้เพื่อนๆเอากล้องส่องไว้ที่ตู้ปลาเลยครับแล้วเลื่อนดูเลยว่าเครื่องหมายอะไรที่ดูแล้วสภาพแสงเหมือนในตู้เรามากที่สุด เลือกแล้วใช้ถ่ายได้เลยครับการโฟกัสภาพกล้องแต่ละตัวก็จะมีประสิทธิภาพในการโฟกัสแตกต่างกันออกไปครับ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการโฟกัส ระยะในการโฟกัส บางตัวมีไฟช่วยหาโฟกัสในที่มืด บางตัวโฟกัสติดตามวัตถุที่เคลื่อนที่ได้ อะไรต่อมิอะไรมากมาย ในกล้องรุ่นสูงๆ(ซึ่งก็แน่นอนราคาแพง)ส่วนมากไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องนี้ครับ แต่ในกล้องบางรุ่นเมื่อเอามาถ่ายภาพในตู้ปลาซึ่งมีสภาพแสงน้อย ระบบโฟกัสที่ช้าและแย่อยู่แล้วในแสงน้อยๆก็จะไม่สามารถทำงานได้โฟกัสวืดวาดไปมา กว่าจะโฟกัสได้ปลาก็ย้ายตำแหน่งไปแล้ว สมัยก่อนตอนผมใช้นิคอน 995 โอ้โหแรกๆนี่กลุ้มใจมากครับถ่ายปลาแทบไม่ได้เลย โฟกัสก็ช้า ไฟช่วยโฟกัสก็ไม่มี แต่มีทางออกครับมาเรามาดูกันทางออกที่ว่านั่นคือ manual focus ครับ วิธีการใช้ก็ไม่ยากครับ หาปุ่ม MF ในกล้อง (อ่านคู่มือกล้องแต่ละตัวครับว่าเค้าใช้กันอย่างไร) แล้วปรับเลือกระยะได้เลยครับจะมีหน่วยเป็นเซนติเมตรบ้างหน่วยเป็นฟุตบ้างก็ว่ากันไป เลือกล็อคระยะเช่นเลือกที่ 1 ฟุต ทีนี้ก็ให้กะเอาเลยครับให้กล้องและปลาห่างเท่าที่ระยะเราตั้งเอาไว้ ทีนี้ก็จะได้ภาพชัดโดยที่โฟกัสไม่วืดวาดไปมาให้น่ารำคาญอีกแล้วหละครับ
ทั้งนี้ทั้งนั้นการถ่ายรูปปลานอกจากการใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมแล้ว การฝึกฝนในการถ่ายภาพถือว่าสำคัญที่สุดในการถ่ายรูปปลาให้สวยงามคมชัด อย่ามัวกังวลเรื่องอุปกรณ์ เรามาถ่ายรูปปลากันเถอะครับ
เขียนไว้นานแล้วลองอ่านดูน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ :>

ข้อมูลจากเว็บ Pantip.com

Reactions:

0 comments:

Post a Comment